เข้าไปตั้งคำถามใน กูรู กูเกิ้ล เลยเห็นเรื่องราวนี้ในหัวข้อยอดนิยม
เลยอยากเอามาแบ่งปันกันค่ะ
 
มนุษย์เราเกิดมาสามารถทำอะไรได้มากมายหลายอย่าง น่าอัศจรรย์สุดๆ แล้ว
และอาหารก็เป็นพลังงานหลักๆ ในการทำให้มนุษย์อย่างเรามีชีวิตอยู่
แต่ดูเหมือนว่า เราจะเลือกทานอาหารอย่างสุขสบายมากเกินไปหน่อย
จนลืมไปว่า จริงๆ แค่กินธรรมดาๆ ก็มีชีวิตอยู่ได้
ไม่ต้องสรรหาอะไรมาทานให้มันวุ่นวาย เดือดร้อนเพื่อนร่วมโลกที่ไม่ใช่มนุษย์
 
จะว่าไปแล้วเรื่องของอาหาร และการทำอาหาร ก็ถือเป็นศิลปะแขนงหนึ่งไปแล้ว
คงมีหลายคนที่บอกว่า...
"ยอมเสียเงินมากมาย เพื่อให้ได้ทานอาหารที่เราอยากทาน"
และนั่นเป็นความสุขของคนเราอย่างนึงที่หาได้ใกล้ๆ ที่ปากเรานั่นเอง
 
เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว เจ้าเพื่อนร่วมโลกที่พูดไม่ได้คงต้องหวาดผวากันไปเลยทีเดียว
(ตรูจะทำไงดี ให้มันไม่เอาตรูไปกินฟระ -*-) 5555+
 
เมนูจากสัตว์ต่างๆ ที่นำมาลองลิ้มชิมรสกันนั้น
ถ้าหากมันปลอดภัย และมีรสชาติเอร็ดอร่อย ก็ถือว่าเป็นโชคดีไป
แต่เมนูจากสัตว์บางชนิดนั้น ไม่ได้กินกันได้ง่ายๆ
เพราะมันมีพิษสงร้ายแรง จนควรที่จะเลี่ยงมันดีกว่า
แต่คนเราก็ยังคงอยากจะเอาชนะพิษสงจากสัตว์เหล่านั้น
ด้วยการสรรหาวิธีทำให้ปลอดภัย เพื่อจะทานมันจนได้ = ="
 
มนุษย์ผู้เก่งกาจในทุกเรื่อง สามารถทำได้ทุกอย่างจริงๆ >,<"
แม้แต่การฝ่าฟันพิษสงของสัตว์น้อย-ใหญ่ ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกราน
 
 
มาดูเมนูอันตรายทั้ง 5 เมนูกันค่ะ
 
 
แลดูเหมือนน่ากินหรอ ?? >.<"
1 ปลาปักเป้า หรือปลาฟุกุ เมนูท้าตายอันดับแรกนี้ส่งตรงมาจากญี่ปุ่น
เป็นเมนูที่เรียกว่า ต้องผ่านการแล่เนื้อ โดยเชฟที่มีความชำนาญโดยเฉพาะเท่านั้น
จึงจะสามารถนำมารับประทานได้ เพราะตลอดทั้งลำตัวของปลาปักเป้านี้
จะมีสาร เตโตรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) ซึ่งมีอันตรายร้ายแรงกว่าไซยาไนด์ถึง 1,250 เท่า
กระจายอยู่ทั่วตัว และที่สำคัญ พิษนี้ไม่สลายตัวเมื่อถูกความร้อนด้วย !!
 
ดังนั้น ผู้ที่อยากจะลองเอาปลาปักเป้ามาปรุงอาหารเองนั้น
อย่าได้หวังว่าจะมีชีวิตอยู่ เพื่อลิ้มลองรสชาติของมันอีกครั้ง
เพราะถ้าหากพลาดไปเพียงนิดเดียว ..
คุณก็จะเกิดอาการปวดแสบปวดร้อน คลื่นไส้อาเจียน หายใจติดขัด o~o
และมีแนวโน้มจะเสียชีวิต หากไม่ได้รับการนำส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว
 
ด้วยเหตุนี้ ประเทศญี่ปุ่นจึงออกกฏหมายให้เฉพาะพ่อครัวที่มีใบอนุญาตเท่านั้น
ที่สามารถชำแหละเนื้อปลาปักเป้าเพื่อนำมาทำเป็นอาหารได้
(เฮ้อออ ~ ค่อยยังชั่วหน่อยย ^^")
 
 
แบบว่าไปหารูปของเมนูอาหาร แล้วทำใจไม่ไหวจริงๆ เจ้าค่ะ เอาแบบการ์ตูนไปละกันนะคะ TT"
2 สมองลิง ^~^" เราอาจเคยเห็น และได้ยินมาบ้างแล้วในสารคดี
แถมเห็นเค้าทานกันจริงๆ ด้วย )~(" เมนูนี้พบได้ในแถบประเทศจีน สิงคโปร์ และมาเลเซีย
แต่มันเป็นเมนูที่เสี่ยงมากๆ !! ผู้ที่นำสมองลิงมาปรุงอาหารต้องแน่ใจว่าลิงไม่ได้มีเชื้อวัวบ้าอยู่
ไม่อย่างนั้นผู้ที่ทานเข้าไปอาจจะติดเชื้อวัวบ้า และเสียชีวิตในเวลาต่อมาได้อย่างง่ายดาย
 
 
มันคือ ชีส ชนิดนึงเนี่ยแหละ แต่เป็นชนิดที่แปลกไปหน่อยจริงๆ
3 ชีสหนอน หรือ คาสุ มาร์ซู (Casu Marzu) อย่าเพิ่งคิดว่าเมนูนี้ไม่มีอยู่จริงในโลก
มันเป็นชีสนมแกะ สูตรดั้งเดิมของชาวเกาะซาร์ดิเนียในอิตาลี

ได้มาจากการนำชีสไปวางให้แมลงวัน Piophila casei มาไข่ใส่ o.O
จากนั้นก็หมักชีสด้วยตัวอ่อนของแมลง O.O"
ภายในมีรูพรุน อันอุดมไปด้วย "หนอนแมลงวัน"
หากแปลตรงตัว "คาสุ มาร์ซู" จะหมายถึง "ชีสเน่า" ~
หรือที่เรียกว่า "ชีสหนอน" ก็เพราะภายในชีส จะมีหนอนตัวขาวใส
ความยาวประมาณ 8 ม.ม. ดิ้นดุ๊กดิ๊ก อยู่ภายในเป็นจำนวนมาก
หนอนเหล่านี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเร่งกระบวนการหมักให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และทำให้ไขมันแตกตัว
 
กล่าวกันว่า.. ชีสชนิดนี้มีความอ่อนนุ่มมาก เนื่องจากมีของเหลวแทรกซึมอยู่ในเนื้อชีส
แต่จะต้องรีบทานในขณะที่หนอนยังมีชีวิตอยู่ O.O" เพราะถ้ารอให้หนอนตายก่อน
ชีสก้อนนั้นจะถือว่าเป็นอาหารมีพิษทันที !!

แต่การทานนั้นค่อนข้างเสี่ยง เพราะหนอนเหล่านี้ เมื่อเข้าไปในลำไส้แล้ว
อาจทำให้เกิดอาการเจ็บปวดในลำไส้ อาเจียนเป็นเลือด ท้องเสียเรื้อรัง และอาจช็อกถึงตายได้
 
ถ้ายังยี้ไม่พอ ขอบอกว่า... ถ้าใครเอามือไปโดน หรือเอาอะไรเขี่ยหนอนที่อยู่ในชีส
พวกมันจะกระโดดใส่ทันที (หนอนพวกนี้สามารถดีดตัวได้สูงถึง 15 ซ.ม.)
ซึ่งถ้าหากไม่ระวังล่ะก็ อาจกระเด็นเข้าตาได้
ด้วยเหตุนี้จึงมีบางคนนำชีสไปล้างก่อนรับประทาน
ขณะที่บางคนใช้ถุงพลาสติกปิดคลุมไว้ก่อน เพื่อให้หนอนขาดออกซิเจนและอ่อนแรง
ก่อนที่จะตายในที่สุด แต่วิธีหลังถือว่าอันตราย
เพราะอาจทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ อย่างที่บอกไป (ต้องกินเป็นๆ ไม่เป็นพิษ = =")

ปัจจุบัน ชีสหนอนถูกจัดเป็นอาหารผิดกฎหมาย แต่ถูกยกเว้นในเกาะซาร์ดิเนีย
เพราะถือว่าเป็นอาหารท้องถิ่นที่มีมานานหลายร้อยปี
 
(กรรม - -* อย่าไปกินมันเลยเถ๊ออออออออะ)
 
 
สาวกเกาลีคงเห็นเมนูจานนี้บ่อยๆ ตามรายการวาไรตี้ที่เราดูกัน ^~^"!
4 ซันนักจิ (Sannakji) หรือปลาหมึกสดราดซอส
เป็นหมึกยักษ์สดตัวเล็ก ที่ชาวเกาหลีนิยมนำมาทาน วิธีทำก็ง่ายๆ
ด้วยการนำหมึกมาพันไม้ทั้งเป็น แล้วจิ้มน้ำจิ้มทานเลย
หรือ แค่นำปลาหมึกเป็นๆ มาหั่น ราดด้วยน้ำมันงาแล้วเสิร์ฟทันที
ขณะที่อยู่ในจาน หนวดปลาหมึกจะยังคงดิ้นดุ๊กดิ๊ก ~
และดูดติดกับจาน หรืออะไรก็ตามที่เข้าไปสัมผัส
ดังนั้น เวลารับประทาน จึงต้องใช้ความพยายามในการคีบมากเป็นพิเศษ
และต้องต่อสู้กับหนวดปลาหมึกเล็กน้อย (อาจนึกภาพออก ถ้าได้ดูในภาพยนตร์เรื่องกวน มึน โฮ ^^")
สำหรับการเคี้ยวนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะหมึกสดจะมีความเหนียว และยังดิ้นยั้วเยี้ยอยู่
เป็นอีกเมนูที่อันตรายมาก เคยเกิดเหตุการณ์หมึกติดคอผู้ลิ้มลอง
จนขาดอากาศหายใจตายมาหลายคนแล้ว ป๊าดดดด ~
(เห็นในรายการเกาหลีบ่อยๆ ที่เค้ากินกัน ไม่ยักรู้ว่ามันอันตรายขนาดด !!)
 
 
แต่คงไม่มีใครไปดื่มนมที่ยังไม่ได้พาสเจอร์ไรซ์ หรอกมั้ง นึกภาพแบบว่า ดื่มจากเต้าแม่วัว เอิ่มม คงไม่มีๆ -*-
5 นมโค ที่ไม่ผ่านการพาสเจอไรซ์ !!
เพราะกระบวนการพาสเจอไรซ์นั้นเป็นกระบวนการฆ่าเชื้อ ทำลายยีสต์รา และแบคทีเรีย
ที่มีอยู่ในนมทั้งหมดออกไป โดยไม่ทำให้รสชาติของนมเสีย
ดังนั้น การดื่มนมโคสดๆ ที่ไม่ผ่านการพาสเจอไรซ์
จึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคจากวัวได้อย่างง่ายๆ ซึ่งมันอาจไม่ทำให้ผู้ดื่มถึงตาย
แต่ก็เจ็บป่วยอย่างไม่คุ้มกันเลยล่ะ >.<"!
 
 
 
 
บรึ๋ยยยย ~~ รู้อย่างนี้แล้ว นิสัยเห็นแก่กินหายไปเยอะเลยล่ะค่ะ แฮ่ๆ
 
ว่าแต่.. มีใครเคยลองเมนูดังกล่าวนี้บ้างแล้วคะ
ถ้าลองแล้ว ยังสามารถมาคอมเม้นท์บอกล่าวกันได้อยู่ คุณช่างเป็นคนที่โชคดีมากๆ เลยล่ะค่ะ >,<
 
ถ้ายังอยากรู้เรื่องราวของเมนูอาหารพิสดารเพิ่มเติม ให้ได้ร้อง อี๋~ ล่ะก็
เข้าไปได้ตามลิ้งค์ที่เราขอบคุณข้อมูลด้านล่างได้เลยนะคะ
 
ป.ล. เตรียมใจดีๆ นะคะ 5555+
 
 
 
 
ขอบคุณข้อมูลมาก ค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

ยี

#13 By (171.5.251.186|171.5.251.186) on 2015-08-11 14:50

่ส่่่่เsad smile ร้ร

#11 By ้่ิ่ิา่สนย (1.10.230.142|1.10.230.142) on 2014-11-07 15:03

#10 By (27.130.6.75|27.130.6.75) on 2014-09-30 20:58

คิด้ไงเนี่ยเเต่ล่ะอันเห้นเเล้วฝันร้ายsad smile

#9 By มาดีละกัน (115.67.134.109|115.67.134.109) on 2014-04-22 21:15

คิด้ไงเนี่ยเเต่ล่ะอันเห้นเเล้วฝันร้ายsad smile

#8 By มาดีละกัน (115.67.134.109|115.67.134.109) on 2014-04-22 20:55

น่ากลัวสมหัวข้อแท้ -***-

#7 By MoMo on 2012-11-22 09:19

ขอบคุณมากนะ พอดีครูให้หาอ่ะbig smile

#6 By นานา (103.7.57.18|118.174.157.42) on 2012-08-07 16:51

ชีสหนอน ต่อให้บอกว่าดีต่อสุขภาพ ก็ไม่กินอ่า บรึ้ยยwink

#5 By blackyanglob on 2012-07-07 19:27

ข้าวแกงร้านป้า ดีกว่า Hot!

#4 By Howl on 2012-06-28 19:29

embarrassed แต่ละอัน 5555

#3 By mammee jane on 2012-06-27 05:06

....ขอกินข้าว กินก๋วยเตี๋ยวข้างบ้านเหมือนเดิมละกัน
surprised smile 'bike cool!'

#2 By tawato on 2012-06-26 01:14

Hot! Hot! Hot!

#1 By VANETTO' on 2012-06-26 00:58