วันนี้ว่าด้วยเรื่องของคุณผู้หญิงค่ะ
ใส่กันทุกวันแต่วันนี้เพิ่งจะอยากรู้ว่าเจ้าชุดชั้นในเนี่ย มีตั้งแต่เมื่อไหร่
แล้วใครเป็นคนเริ่มล่ะ
เลยไปค้นคว้าเอาสาระดีๆ มานำเสนอค่ะ
(แต่ถ้าคุณผู้ชายอยากจะรู้ด้วย ก็ไม่ว่ากันนะคะ >.<)
 
 
เจ้าสิ่งนี้มันมีชื่อเรียกหลายอย่างเลยทีเดียวค่ะ
แค่เฉพาะภาษาไทย ก็มีมากมายเช่น
ชุดชั้นใน ยกทรง บรา เสื้อชั้นใน เสื้อใน ... = ="
 
มาที่ภาษาอังกฤษก็มีหลายคำ ที่มีความหมายถึงเจ้าสิ่งนี้ เช่น
lingerie, underwear, bra, undergarment, brassiere = ="
 
แต่คนในสมัยก่อนจะเรียกว่า "Foundation"
ซึ่งเป็นพื้นฐานของการแต่งตัว มีหลายรูปแบบทั้งท่อนบน และท่อนล่าง
(>.<") มีชื่อเยอะจริงๆ !!
 
ส่วนคำว่า บรา (Bras) มาจากคำเต็มว่า บราเซียร์ (Brassiere)
หมายถึงชุดชั้นในท่อนบนของผู้หญิง
 

 
​ใน​สมัยโบราณ​... ​ภาย​ใต้​เสื้อคลุมตัวหลวมที่ชาวโรมันสวม​ใส่​ ​
ชุดชั้น​ใน​ยัง​ไม่​ได้​รับการยอมรับ​ให้​เป็น​อาภรณ์มาตรฐานอีกชิ้นหนึ่ง
 
ก่อนศตวรรษที่​ 19 ​ชุดชั้น​ใน​ ​เป็น​แบบที่​เรียบง่ายมาก​
และใน​บางกรณี ชุดชั้น​ใน​ได้​รับการออกแบบ​ให้​เป็น​ส่วน​หนึ่งของชุดที่สวม​ใส่​ใน​โอกาสเฉพาะ​
เนื่อง​จาก​.. ไม่​ได้​มีจุดประสงค์​ให้​ชุดชั้น​ใน​ปรากฏแก่สายดาบุคคล​อื่น​ นอกจาก​ผู้​สวม​ใส่​
ดัง​นั้น​ ชุดชั้น​ใน​ที่กระชับ​ ​ดูดี​ ​จึง​ไม่​ใช่​สิ่งที่คน​ทั่ว​ไป​ให้​ความ​สนใจเลย​
 
 
แต่​ว่าใน​ช่วงเวลาหนึ่ง​ที่นิยม​ให้​สตรีมี​เอวคอดกิ่ว​ ​อกตั้ง​
เสื้อชั้น​ใน​แบบที่​เรียกว่า​ ​เสื้อรัดลำ​ตัวสตรี​ (corset)
ถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อทำ​หน้าที่ดังกล่าว
(เค้าว่ามันแน่นมากเลยอะ = =")
 
 

ประวัติศาสตร์​แฟชั่นบันทึก​ไว้​ว่า​ ..
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำ​คัญของชุดชั้น​ใน​ ​รวม​ถึง​ทัศนคติของ​ผู้​คนต่อชุดชั้น​ใน​
เกิดขึ้น​ใน​ราวทศวรรษที่​ 1830-1839
 
ชุดชั้น​ใน​เริ่มมีมากชิ้น​ ​และ​กลาย​เป็น​อาภรณ์ที่​ ​"​ต้อง​” ​สวม​ใส่​เป็น​ประจำ​ !!
เป็น​ครั้งแรก​ใน​ประวัติศาสตร์ที่ถือว่า​ ​การ​ไม่​สวมชุดชั้น​ใน​ แสดง​ถึง​ความ​สกปรก​ ​หยาบช้า​ ​ต่ำ​ชั้น​ ​
ละ​เลยมารยาท​ และ​ศีลธรรมอันดีงาม​ >.<"!!
 
 
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้​เชื่อ​กัน​ว่า​เกิด​จาก​ ..ปัจจัยร่วมสามประการ​ ​คือ​ ​
หนึ่ง​-​ความ​เฟื่องฟูของลัทธิ​เจ้า​-​ระ​เบียบของสมัยวิกตอเรียน​ (ค​.​ศ​. 1837-1901) ​
และ​กฎเกณฑ์​ใน​ยุค​นั้น​ ที่กำ​หนดว่าการแต่งกายสุภาพ​ต้อง​เป็น​เช่นไร​ !!
 
สอง​-​ความ​สำ​เร็จ​ใน​การคิดประดิษฐ์ผ้าที่มี​เนื้อละ​เอียดขึ้น เบาขึ้น​ ​~
 
สาม​-​การ​ค้น​พบทางการแพทย์​ เกี่ยว​กับ​สา​เหตุของ​ความ​เจ็บไข้ว่ามา​จาก​เชื้อโรค​เล็ก​ ๆ​ ​ใน​อากาศ​ ​
ผนวก​กับ​ร่างกายที่หนาวเย็น
 
ในช่วง​นั้น​หลุยส์​ ​ปาสเตอร์​ (ค​.​ศ​. 1822-1895) ​นักชีวเคมีชาวฝรั่งเศส​ ​
เพิ่งพิสูจน์ทฤษฎีที่ว่า​.. เชื้อโรค​เป็น​สา​เหตุของการเกิดโรค​ ​
 
ส่วน​ลอร์ด​ ​โจเซฟ​ ​ลิสเตอร์​ (ค​.​ศ​. 1827-1912) ​ก็กำ​ลังรณรงค์ส่งเสริมการ​ใช้​ยาฆ่า​เชื้อโรค​ใน​การผ่าตัด​ ​
 
ปัจจัยดังที่กล่าวมานี้ล้วนสนับสนุน​ให้​เกิด​ความ​ต้อง​การชุดชั้น​ใน​อย่างกว้างขวาง )))
 
 
ใน​สมัย​นั้น​ชุดชั้น​ใน​มี​เพียงสีขาว​ ​ซึ่งมักจะลงแป้งจนแข็งระคายผิว​
และ​ส่วน​ใหญ่​ตัดเย็บ​จาก​ผ้าลินิน​ ​ผ้าดิบ​ ​หรือ​ผ้าสักหลาดอ่อน

นับ​จาก​ช่วงทศวรรษที่​ 1861-1869 ​เป็น​ต้นมา​.. ​
ชุดชั้น​ใน​สตรี​เริ่ม​ให้​ความ​สำ​คัญ​กับ​การออกแบบที่สวยงาม​ ​
และ​อีกสองทศวรรษถัดมา​ ​ผ้า​ไหม​ได้​กลาย​เป็น​ผ้าที่นิยม​ใช้​ทำ​ชุดชั้น​ใน​มากที่สุด
 
"ขบวนการผ้าขนสัตว์​" ​เป็น​กลุ่มที่ริ​เริ่มชักชวน​ให้​ใส่​ชุดชั้น​ใน​ผ้าขนสัตว์​
โดยเกิดขึ้น​ใน​ประ​เทศอังกฤษภาย​ใต้​การนำ​ของดอกเตอร์กุสตาฟ​ ​เยเกอร์​ ​
อดีตศาสตราจารย์ภาควิชาสรีรศาสตร์​ ​แห่งมหาวิทยาลัยสตุตการ์ต​
 
ดอกเตอร์​เยเกอร์​ได้​โฆษณาชักชวน​ ให้​เห็น​ถึง​คุณประ​โยชน์
ของการ​ใช้​ผ้าขนสัตว์ที่มี​เนื้อกระด้างแนบติด​กับ​ผิวหนัง​โดย​อธิบายว่า​ ..
เนื่อง​จาก​ผ้าขนสัตว์มีรูพรุน​ ​จึง​เปิดโอกาส​ให้​ผิวหนังบนร่างกายของคนเรา​ได้​ "หายใจ​" ​
 
 
ดัง​นั้น​ ผู้​สวม​ใส่​ผ้าขนสัตว์​เป็น​ประจำ​ จึง​มีสุขภาพสมบูรณ์​แข็งแรง (จริงหรอเนี่ย o_O)
ปรากฏว่า​ผู้​เข้า​ร่วมขบวนวัฒนธรรมการสวมผ้าขนสัตว์​เพื่อสุขภาพล้วน​เป็น​ผู้​มีชื่อเสียง​ใน​วงสังคม​
 
ผล​จาก​ความ​เคลื่อนไหวนี้ทำ​ให้​เสื้อ​ใน ​กางเกงชั้น​ใน​ ​รวมทั้งเสื้อรัดลำ​ตัวสตรี​ ​
และ​กระ​โปรงชั้น​ใน​ ซึ่ง​ตัดเย็บ​จาก​ผ้าขนสัตว์​ ​ได้​รับ​ความ​นิยมอย่างสูง​
ทั้ง​ใน​ทวีปยุ​โรป​ และ​อเมริกา​ ​นับ​เป็น​เวลากว่าสองศตวรรษ​ (ค​.​ศ​. 1890-1901)
ที่ขบวนการผ้าขนสัตว์สร้าง​ความ​อึดอัด​ ​ระคายตัว​ ​ให้​แก่​ผู้​สวม​ใส่​ทั้ง​สองฟากฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก
 
 
บราชนิดแรกออกแบบโดย Mary Phelps Jacob ในปี ค.ศ. 1913
หรือเกือบ 100 ปีมาแล้ว และได้มีการจดลิขสิทธิ์ของชุดชั้นในเป็นครั้งแรกด้วย
 
Mary Phelps Jacob เป็นสาวสังคมชั้นสูงของนิวยอร์ค
เธอเกิดเมื่อปี ค.ศ.1891 และได้ออกแบบบราสำหรับผู้หญิงได้สำเร็จ เมื่ออายุ 22 ปี
 

 
โดยสาเหตุเริ่มมาจากวันหนึ่ง Mary ซื้อเสื้อคลุมตัวยาวไว้เพื่อออกงานสังคมหรูหรา
แต่ชุดชั้นในที่มีอยู่ในขณะนั้นเป็นเพียง คอร์เซต ตัวแข็งทื่อ ที่มีโครงทำจากกระดูกปลาวาฬ
หลังจากแต่งตัวเสร็จแล้ว เธอเห็นว่าโครงของคอร์เซตโผล่ออกมาจากเสื้อคลุม
ทำให้เสื้อคลุมตัวสวยด้อยความงามไปทันที
 

 
เธอจึงหันมาใช้ริบบิ้นสีชมพู เป็นสายพาดไหล่ผูกกับผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่
แล้วจับมุมเป็นเหลี่ยมใช้ประคองหน้าอก โดยผูกใต้หน้าอกแทนคอร์เซตแบบเดิม
 

 
ซึ่งต่อมาในเวลาไม่นาน บราเซียในแบบของ Mary เป็นที่ยอมรับ และกล่าวขานในวงการแฟชั่น
แล้วจึงค่อยๆ พัฒนามาเป็น Backless Brassiere ในปัจจุบัน
จึงถือได้ว่า Mary Phelps Jacob เธอเป็นผู้คิดค้นและออกแบบชุดชั้นในคนแรกของโลก
 
 
 
มาดูประเภทของบราต่างๆ กันค่ะ ว่ามีลักษณะไหนบ้างง >.<

ปกติเค้าก็แยกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ นะคะ คือ บรา (Bra) แบบที่เราใส่ทั่วไปเนี่ยแหละค่ะ
แบบที่สองก็คือ บัสติเย่ร์ (Bustier) เป็นแบบเสื้อไร้สายรัดอก และเอวสตรี
แบบที่สามก็คือ คอร์เซ็ท (Corset) จะเป็นชั้นในรัดทรง ชนิดมีโครง นั่นเอง

แต่มันก็ยังมีแบ่งแยกย่อยเป็นประเภท ออกไปอีกดังนี้ค่ะ..
 
Backless คือบราที่มีคัพทั้งสองข้าง แต่ไม่มีสายไปคาดด้านหลัง แต่ใช้สายต่อจากคัพขึ้นไปคล้องที่ไหล่แล้วมีเกาะที่หลังคอ หรือคล้องแขนแทน นิยมใช้บราชนิดนี้ กับเสื้อที่เปลือยหลัง

 
Cookie คือเสื้อชั้นในที่มีซิลิโคนดันทรง และสามารถถอดออกได้ บางครั้งอาจจะไม่ใช่ซิลิโคน แต่เป็น น้ำ น้ำมัน หรือเจลก็ได้ ข้อดีของวัสดุเสริมทรงแบบนี้คือสามารถปรับ เปลี่ยนได้ตามรูปทรงของหน้าอก
  
 
 
Demi-bra คือเสื้อชั้นในแบบ Low-cut ส่วนใหญ่จะปิดแค่ครึ่งทรง เพื่อโชว์เนินอกสายเสื้อชั้นในแบบนี้มักจะกว้างออกไปด้านข้างมากกว่าแบบปกติเพื่อที่จะใส่กับเสื้อที่คอกว้างและค่อนข้างลึก

 
Front cover คือเสื้อชั้นในแบบปิดทรงจากด้านข้างมาถึงกึ่งกลางหน้าอก
 เหมาะสำหรับใส่กับเสื้อคอแหลมลึกหรือคอวี
 
Halter คือเสื้อชั้นในแบบที่ใช้สายเสื้อแขวนรอบคอแทนไหล่สองข้าง
 
 
Lined Cup คือเสื้อชั้นในแบบที่เพิ่มแผ่นดันทรงมากกว่าปกติ
 
Minimizer คือเสื้อชั้นในที่ใส่พื่อกระชับทรวงอกทำให้หน้าอกมีขนาดเล็กลงอย่างน้อย 1.5-1.75 นิ้ว
ข้อควรระวังของการเลือกใส่เสื้อชั้นในแบบนี้ก็คือหน้าอกของคุณจะเบียดชิดกันมากกว่าปกติ

 
Longline คือเสื้อชั้นในแบบเต็มตัว รัดตั้งแต่ช่วงเอวขึ้นมาจนถึงหน้าอก
 ทำให้หน้าอกดูอวบอิ่มขึ้นในขณะที่เอวดูเล็กลง
 
Molded-cup คือชุดชั้นในแบบเป็นโครงแข็งช่วงหน้าอก ชุดชั้นในประเภทนี้ใส่เพื่อสร้างรูปร่างหน้าอกขึ้นมาใหม่ด้วยแพทเทิร์นของตัวมันเอง มักจะเป็นแบบไม่มีตะเข็บและรอยต่อใดๆ
 
Padded คือชุดชั้นในแบบเสริมทรงทำให้หน้าอกดูใหญ่กว่าปกติ